img_4995

ซื้อบ้านให้ลูกชายกับสะใภ้อยู่ มาขอพอด้วย “พักแค่ 1 คืน”

หลายคนมักบอกว่าการมีลูกหลานเพื่อเลี้ยงดูและเป็นเพื่อนยามแก่เฒ่า แต่ก็ไม่เสมอไป ทำให้ไม่กล้าพูดได้เต็มปากว่าการมีลูกหลานนั้นจะดีไปเสียหมด
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีครอบครัวหนึ่งที่มีลูกชายอายุ 10 ปี ในปีนั้นเองสามีที่ทำงานในโรงงานแห่งหนึ่งผลัดตกลงมาจากรถจักรของที่ทำงาน ทำให้เสียชีวิต หลังจากเรื่องร้ายนี้เกิดขึ้น โรงงานจ่ายค่าชดเชยให้เป็นเงินจำนวน 200,000 บาท

มีญาติๆหลายคนพยายามที่จะช่วยฟ้องศาลให้ แต่คนตายแล้วจะทำอย่างไงก็ไม่มีวันหวนคืน ฉันไม่อยากที่จะทำให้เป็นเรื่องวุ่นวายขึ้นศาลบ่อยๆ จนลูกชายรู้สึกสบสนในชีวิต จึงรับเงิน 200,000 บาทค่าชดเชยแล้วก็ใช้ชีวิตต่อไป

ปีที่สามีเสียชีวิตฉันอายุ 34 ปีพอดี ยังไม่ถีือว่าแก่ เพื่อนๆหลายคนบอกให้ฉันรีบหาสามีใหม่ และมีผู้ชายหลายคนก็มาจีบฉันอยู่ ลูกชายรับไม่ได้หากฉันจะมีสามีใหม่ พยายามพูดเกลี่ยกล่อมฉันว่าอย่าแต่งงานใหม่อีกเลย

ฉันเป็นพนักงานฝ่ายการเงิน ต่อมาได้เลื่อนตำแหน่งเป็น นักจัดระเบียบบัญชี ส่วนลูกชายก็โตเป็นหนุ่มหน้าตาหล่อมาก หลังจากที่เรียนจบมหาวิทยาลัย ฉันก็ฝากเขา เข้าทำงานในบริษัทของเพื่อน ลูกชายเข้าทำงานในตำแหน่ง “ช่างเทคนิค”ลูกชายก็ตั้งใจทำงานมาก เพื่อนร่วมงานก็ชมว่า ลูกชายของฉันมีศักยภาพในการทำงานเป็นอย่างมาก ทำให้ฉันรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมาก

ผ่านไปหลายปีในที่สุดก็ถึงวัยที่ลูกชายจะต้องแต่งงานแล้ว แน่นอนว่าคนเป็นแม่ก็ต้องเป็นห่วงมาก วันหนึ่งลูกชายก็พาแฟนสาวเข้ามาในบ้าน เธอหน้าตาสวยมากและดูมีสง่า แต่ทว่าบ้านของแฟนสาวบอกว่าต้องมีบ้านเป็นของตนเองเท่านั้นถึงจะยอมให้แต่งงานด้วย ฉันเข้าใจความคิดของแฟนสาวลูกชาย ผู้หญิงทุกคนล้วนมีความหวังที่อยากจะมีครอบครัวเป็นของตนเองและมีสามีที่มั่นคง

ฉันจึงเอาเงินเก็บสะสมของฉัน 300,000 บาทให้เป็นเงินดาวน์บ้าน โดยบ้านหลังนี้ใส่ชื่อของลูกชายฉัน ฉันกับลูกชายตกลงกันแล้วว่าจะช่วยกันผ่อนบ้านหลังนี้ต่อคนละครึ่งจนหมด

หลังแต่งงาน วันหนึ่งฉันก็ไปเยี่ยมลูกชายที่บ้านของเขา ตอนจะกลับบังเอิญฝนตกหนักมาก ลูกชายกลัวฉันจะเปียก จึงบอกให้นอนค้าง 1 คืน แต่ฉันมีนิสัยแปลกๆอยุ่อย่างหนึ่งคือ ตอนดึกๆชอบลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำบ่อยๆ คืนนั้นเองฉันบังเอิญได้ยินเสียงลูกชายกับสะใภ้ทะเลาะกันในห้องนอน เมื่อฉันเข้าไปใกล้ๆเพื่อจะฟัง ก็ได้ยินลูกชายบอกว่า “อีกหน่อยแก่ตัวลงอยากให้แม่ย้ายเข้ามาอยู่ด้วยกัน” แต่สะใภ้ไม่ยอม และยื่นคำขาดว่า “ถ้าแม่คุณเข้ามา ฉันก็จะไป ฉันทนไม่ไหวที่จะต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกับแม่ของคุณ”

ฉันไม่ได้ฟังต่อ จึงเดินเข้าห้องนอนของตนเอง นั่งคิดในใจว่า “บ้านนี้เป็นเงินของฉันซื้อ แต่ตอนนี้ฉันกลับไม่มีสิทธิอยู่อาศัย ฉันรู้ว่าลูกชายหวังดีกับฉัน แต่ฉันก็ไม่อยากทำให้พวกเขาต้องมาทะเลาะกัน”

วันรุ่งขึ้นฉันก็ออกจากบ้านลูกชาย และคิดว่าขอให้ลูกมีความสุขเท่านี้ก็พอแล้ว แม่จะไม่ทำให้ลูกต้องลำบากใจเพราะแม่เด็ดขาด ขอเพียงลูกมีความสุขอะไรแม่ก็ทำเพื่อลูกได้ ตอนนั้นหัวใจของฉันเจ็บมาก แต่เพื่อลูกต้องยอมทน

เราไม่เคยรู้เลยว่าตั้งเเต่เล็กจนโตที่พ่อแม่เลี้ยงดูแลเอาใจใส่เราในทุก ๆ เรื่องนั้น ท่านเหนื่อยกับคนเป็นลูกมากขนาดไหน จนเราได้กลายมาเป็นพ่อคนแม่คน ถึงได้รู้ว่า บุญคุณพ่อแม่นั้นยิ่งใหญ่มหาศาลเหลือเกิน

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *